โรงเรือนเพาะปลูกคืออะไร? แล้วดียังไง?

โรงเรือนเพาะปลูก

โรงเรือนเพาะปลูกคือสถานที่ที่มีความสำคัญในการเกษตร โดยเฉพาะในการปลูกพืชในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ โรงเรือนเพาะปลูกช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชตลอดปี และควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรเช่น น้ำและปุ๋ย และเพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด โรงเรือนเพาะปลูกเชิงพาณิชย์เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร 

 

โรงเรือนเพาะปลูกมีข้อดีอะไรบ้าง?

โรงเรือนเพาะปลูกมีข้อดีมากมาย :

  1. การควบคุมสภาพแวดล้อม : โรงเรือนเพาะปลูกช่วยให้คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชได้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ, ความชื้น, แสงแดด หรืออื่นๆ ที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของพืช คุณสามารถปรับปรุงเงื่อนไขให้เหมาะสมตามชนิดของพืชที่คุณปลูกได้
  2. การปลูกตลอดปี : โรงเรือนเพาะปลูกช่วยให้คุณสามารถปลูกพืชตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนาวหรือฤดูร้อน คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ตามที่คุณต้องการ
  3. ประหยัดทรัพยากร : โรงเรือนเพาะปลูกช่วยลดการใช้ทรัพยากรเช่น น้ำและปุ๋ย คุณสามารถให้น้ำและปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของพืช
  4. เพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด : โรงเรือนเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ช่วยเพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด คุณสามารถปลูกพืชในพื้นที่เล็กๆ และให้ผลผลิตมากขึ้น
  5. สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร : โรงเรือนเพาะปลูกเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม

 

ขนาดของโรงเรือนเพาะปลูก

โรงเรือนเพาะปลูกมีขนาดและรูปแบบหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของเกษตรกร นี่คือบางข้อดีของโรงเรือนเพาะปลูกที่มีความหลากหลาย :

  1. โรงเรือนปลูกพืชทรงหลังคาโค้ง (High Tunnel Greenhouse) : มีความกว้างเริ่มต้น 6 เมตร จนถึง 100 เมตร ความยาวเริ่มต้น 20 เมตร จนถึง 1,000 เมตร สูงเริ่มต้น 3.7 เมตร และมีหลังคาคลุมด้วยพลาสติกใสความหนา 150 ไมครอน 
  2. โรงเรือนปลูกผัก : ขนาดหน้ากว้าง 6 เมตร ยาว 24 เมตร ความสูง 4.8 เมตร หลังคาคลุมด้วยพลาสติกใสความหนา 150 ไมครอน

 

โรงเรือนปลูกพืชทรงหลังคาโค้งมีข้อดีอะไรบ้าง?

โรงเรือนทรงหลังคาโค้ง (High Tunnel Greenhouse) มีข้อดีมากมาย :

  1. ควบคุมสภาพแวดล้อม : โรงเรือนทรงหลังคาโค้งช่วยให้คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชได้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ, ความชื้น, แสงแดด หรืออื่นๆ ที่สำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของพืช คุณสามารถปรับปรุงเงื่อนไขให้เหมาะสมตามชนิดของพืชที่คุณปลูกได้
  2. การปลูกตลอดปี : โรงเรือนทรงหลังคาโค้งช่วยให้คุณสามารถปลูกพืชตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนาวหรือฤดูร้อน คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ตามที่คุณต้องการ
  3. ประหยัดทรัพยากร : โรงเรือนทรงหลังคาโค้งช่วยลดการใช้ทรัพยากรเช่น น้ำและปุ๋ย คุณสามารถให้น้ำและปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสมตามความต้องการของพืช
  4. เพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด : โรงเรือนทรงหลังคาโค้งช่วยเพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด คุณสามารถปลูกพืชในพื้นที่เล็กๆ และให้ผลผลิตมากขึ้น
  5. สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร : โรงเรือนทรงหลังคาโค้งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม

 

ขนาดของโรงเรือนปลูกผักมีแบบไหนบ้าง?

โรงเรือนปลูกผักมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพแวดล้อม :

1. โรงเรือนทรงหลังคาโค้ง (High Tunnel Greenhouse) แบบขาเอียง :

  • ความกว้างเริ่มต้น : 6 เมตร
  • ความยาวเริ่มต้น : 20 เมตร จนถึง 100 เมตร
  • ความสูง : 3.7 เมตร
  • โครงสร้าง : เหล็กกัลป์วาไนซ์ขนาด 3/4 นิ้ว ความหนา 1.5 มิลลิเมตร
  • อายุการใช้งาน : 9-10 ปีขึ้นไป

2. โรงเรือนทรงหลังคาโค้ง (High Tunnel Greenhouse) แบบขาตรง :

  • ความกว้างเริ่มต้น : 6 เมตร
  • ความยาวเริ่มต้น : 20 เมตร จนถึง 1,000 เมตร
  • ความสูงเริ่มต้น : 3.7 เมตร
  • โครงสร้าง : เหล็กกัลป์วาไนซ์ขนาด 3/4 นิ้ว ความหนา 1.5 มิลลิเมตร
  • อายุการใช้งาน : 9-10 ปีขึ้นไป

3. โรงเรือนปลูกผักอัจฉริยะ :

  • ขนาด : กว้าง 6 เมตร x ยาว 9 เมตร x สูง 2.2 เมตร
  • หลังคา : พลาสติก
  • ด้านข้าง : มุ้งตาข่าย 32 mesh
  • มีกระบะปลูกผักแบบยกพื้นขนาด 1 เมตร x 6 เมตร x 0.9 เมตร (จำนวน 3 กระบะ)
  • เครื่องทำความชื้นแบบแผ่นระเหยน้ำหมุนเวียนอากาศภายในโรงเรือน (จำนวน 2 เครื่อง)
  • ควบคุมด้วยสมองกลฝังตัวทุก 30 วินาที